เว็บไซต์ท่าน ช

จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้29
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้22
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้193
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว168
mod_vvisit_counterเดือนนี้290
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว1106
mod_vvisit_counterทั้งหมด495262

เรามี: 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Your IP: 18.207.240.230
Today: ก.ค. 11, 2020

บทความจาก พระบรมธรรมบิดา


คำอวยพรก่อนนอน 


...‪#‎นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ลูกรักทั้งทลาย ...

‪#‎จงยิ้มให้กับสรรพสิ่งก่อนนอนเถิด‬
‪#‎จงสมปรารถนาเถิด‬
‪#‎จงมีความสุขเถิด‬
‪#‎จงนอนหลับพักผ่อนพร้อมกับรอยยิ้มแห่งจิตวิญญาณอันเริงร่าอาจหาญชาญชัยชนะ‬
‪#‎พร้อมรับความโชคดีมีชัยในทุกสถานแห่งอรุณรุ่งพรุ่งนึ้เถิด‬



คำอวยพรตอนเช้า

โพสต์ B01 

‪#‎อวยพรชัยสู่ใจตน‬

‪#‎ตื่นเถิด‬...‪#‎ลูกรักทั้งหลาย‬

‪#‎วันนี้พ่อมาเพื่อจุดประกายพลังงานสูงสุดในตัวเจ้า‬ ‪#‎เตรียมพร้อมรับอรุณรุ่งแห่งแสงสุริยันกันเถิด‬

#‎จงยิ้มให้กับสรรพสิ่งก่อนลุกจากที่นอนเถิด‬

‪#‎จงส่งกระแสความคิดเปี่ยมล้นด้วยพลัง‬‪#‎กำลังใจอันยิ่งใหญ่อำนวยอวยพรชัยถึงสรรพชีวิต‬ #‎สรรพจิตวิญญาณทั่วโลกจักรวาลกันเถิดว่า‬...

‪#‎จงสมปรารถนาเถิด‬   ‪#‎จงมีความสุขเถิด‬  #‎จงร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองสมบัติในโลกนี้เถิด‬

‪#‎จงมีรอยยิ้มในจิตวิญญาณอันเริงร่าอาจหาญกับชัยชนะแห่งการทำหน้าที่ในโลกจักรวาลเถิด‬

‪#‎จงพร้อมรับความโชคดีมีชัยในทุกสถานในวันนี้เถิด‬


‪#‎พระบรมธรรมบิดา‬ ‪#‎ประทานพร‬

‪#‎รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต‬



โพสต์B03 ‪#‎จงอย่าแตกแยกกันด้วยเหตุแห่งธรรม‬


จักรวาลก็คือฟ้า ฟ้าก็คือความว่าง ในความว่างก็มีพลังงานไฟฟ้ามากมายหลากหลายแสงสีเสียงในโลกในจักรวาล คือพลังงาน ซึ่งมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละพื้นที่สถานที่ในโลก ปฐพีอันกว้างใหญ่สร้างเอาไว้ให้พวกเธอมา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยืน เดิน นั่ง นอน คิด พูด ทำ เรียนรู้ความสุข ทุกข์ และผลิตกระแสพลังงานสู่โลกจักรวาลชั่วขณะหนึ่งเศษเสี้ยวแห่งชีวิต แบ่งแยกอาณาเขตเป็นประเทศต่าง ๆ ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา ความรู้ ความสามารถ ตามความเหมาะสม แต่สุดท้ายแห่งสรรพชีวิตก็ต้องดับสลายตายจากจิตวิญญาณร่างกายหยาบดิน น้ำ ลม ไฟ ในโลกจักรวาล


‪#‎พุทธบุตร‬(บุตรแห่งเราผู้ถูกส่งมาทำหน้าที่รู้แจ้ง)แห่งเราต่างก็เรียกสภาวะนี้ว่า ธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรปรวนเปลี่ยนแปลง ดับสลายเป็นธรรมดา ขณะที่สรรพชีวิตยังมีลมหายใจอยู่นั้น มนุษย์ต่างก็ถูกบรรจุโปรแกรมข้อมูลความรู้ในการดำรงชีวิตแตกต่างกันออกไปหลากหลายสายพันธุ์ จึงจำเป็นต้องอาศัยซึ่งกันและกัน โอนถ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยน อัพเดทหรืออัพเกรดจิตวิญญาณ หลักการของพุทธศาสนาแห่งพุทธโคดม หรือพุทธทั้งหลาย ต่างก็เลือกใช้ภาษาและคำศัพท์ตามภาษาท้องถิ่นแห่งตนสอนสั่งอัพเกรดจิตวิญญาณสัตว์โลก(สิ่งมีชีวิตเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายบนโลก)ทั้งหลายตามจริตจิตวิญญาณว่า ใครจะเลือกอัพเกรดจิตวิญญาณของตนเองว่าด้วยเรื่องอะไรบ้าง แต่ผลสุดท้ายแห่งชีวิต พวกเธอผู้ได้อ่านทั้งหลายก็มิได้แตกต่างกันตรงนี้ ตรงที่ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอนในการดำรงอยู่ในโลกตลอดกาล จึงเป็นที่มาแห่งกล่าวว่า ไม่ได้มีใครดีไม่มีใครเลว ไม่ได้มีใครถูกไม่มีใครผิด มีแต่เพียงคำว่า ใครชอบอะไร ใครไม่ชอบ อะไร ไม่ชอบใจไม่ถูกใจกันก็ชิงชัง โกรธ เกลียด นินทา ทำร้ายทำลายกัน ส่วนใดที่ชอบที่ถูกใจที่ตรงสเปคกันก็รักกัน ผูกพันธนาการ กลายเป็นความห่วงหาอาทร บ้างก็สุขมากสุขน้อย บ้างก็ทุกข์คละเคล้ากันไป พอเป็นเครื่องปลอบประโลมจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ชั่วคราวบนโลกใบนี้เท่านั้นเอง


คำว่า จักรวาล คือความกล้างใหญ่ไพศาล พวกเธอส่วนใหญ่ต่างก็ยืนอยู่บนพื้นโลกแหงนหน้าใช้ตามองฟ้าเห็น ท้องฟ้าอากาศกว้างใหญ่พร้อมดวงดาวต่าง ๆ ต่างก็จินตนาการ หรือเรียนรู้มาจากตำรา นักวิทยาศาสตร์ จากครูอาจารย์ทั้งหลายว่านั่นคือดวงอาทิตย์ นั่นคือพระจันทร์ พวกเธอส่วนใหญ่ก็ทำกันได้เพียงแค่คิดเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่พวกเธอคิดหรือจินตนาการนั้นก็คือ สภาวะธรรม หรือธรรมชาตินั่นเอง ที่มองเห็นทั้งที่เป็นรูปธรรม (สรรพสิ่งที่จับต้องสัมผัสได้) นามธรรม (สรรพสิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้ด้วยกายหยาบ) ทั้งหมดนั้นมันไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ใจหรือความรู้สึกนึกคิดของพวกเธอก็คือนามธรรม รูป ร่างกายชายหญิงของพวกเธอก็คือรูปธรรม รวมเอารูปธรรมและนามธรรมเข้าด้วยกันเรียกว่า ‪#‎ธรรม‬ นั่นเอง จะเรียกโลกุตรธรรมหรือโลกียธรรมก็ตาม มันก็คือสภาวสมมุติธรรมสำหรับสอนสั่งทางศาสนา ซึ่งสภาวะทั้งหมดอันจะพึงเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ก็อาศัยดู รู้ เห็น จากรูปร่างกายมนุษย์ สัตว์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย สรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับสลาย มีเพียงเท่านี้อันเป็นธรรมที่มนุษย์พิสูจน์ได้ ว่ามันไม่เที่ยง ไม่คงที่ ไม่คงทน ไม่เป็นอมตะใด ๆ แม้แต่คำว่า ‪#‎พระพุทธเจ้า‬ ‪#‎พระศาสดา‬ ในสมัยที่ยังพระชนม์ชีวิตอยู่ หรือแม้แต่นามธรรมสมมุติพระนามว่า ‪#‎พระเจ้า‬พระผู้สร้าง เทพเจ้า เทวดา สวรรค์ นรก พรหม จักรวาล อนุตรธรรม พระโพธิสัตว์ ธรรมดี ธรรมเลว (บุญ = ความดี บาป = ความไม่ดี) ถูก ผิด ทั้งหมดล้วนเรียกเป็นภาษาโลก ภาษาศาสนาว่า ธรรม แปลว่า ความไม่เที่ยง สมมุติ มายา เกิด ดับ ว่างเปล่า ทั้งสิ้น รวมทั้งมายาสมมุติ สุข ทุกข์ ฤทธิ์ อภิญญา ฌาน สมาบัติ อริยะ โลกุตรทั้งหลาย ก็ล้วนเป็นสภาวะทางอารมณ์ใจ อันเกิดจากความรู้สึกทางจิตวิญญาณทั้งสิ้น


ทั้งนี้ทั้งนั้นสภาวะธรรม หรือมายาทั้งหลาย มีเอาไว้ทำไม มีเอาไว้สร้างเอาไว้เป็นหน้าที่ เพื่อหน้าที่ต่าง ๆ นานาของสัตว์โลก ที่มีหน้าที่หลากหลายในการสร้างพลังงานบวกและลบสู่ระบบพลังงานโลกจักรวาลนั่นเอง สุดท้ายแล้วตลอดชีวิตของพวกเธอก็ได้แต่เพียงคำ สรรเสริญและนินทา มีสุขและทุกข์จากขบวนการคิด พูด ทำ ของพวกพ้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเองเป็นรางวัลชีวิตจวบจนวาระสุดท้าย หรือท้ายที่สุดแห่งภาระหน้าที่ก็ต้องดับสลายตายไปจากโลกจากมายา จากธรรม บุญ บาป ดี เลว ที่พวกเธอสอนสั่งกันสืบกันมาทั้งภาคหยาบและภาคละเอียด รวม ๆ แล้วก็เรียกว่า สภาวธรรม ทั้งหมดคือมายา ไม่เที่ยง เกิด ดับ ว่างเปล่า...

พระนามสมมุติว่า ‪#‎บรมธรรมบิดา‬ ก็เช่นกันเป็นอะไรก็ได้ที่จะทำให้จิตวิญญาณของพวกเธอผู้ที่ไม่ได้บรรจุโปรแกรมเชื่อมั่นในดวงความดีของตนเองสูงสุด ฉันจึงเป็นบรมธรรมบิดา หรือพระนามสมมุติเป็นพระผู้สร้าง หรือผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณของพวกเธอขึ้นมาอาศัยรูปร่างกายชายหญิงในโลกนี้ เพื่อสร้างและเชื่อมต่อพลังงานสู่พลังงานระหว่างโลกกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ และก็ไม่เคยมีมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานประเภทใดเลย ที่ได้รับสิทธิพิเศษให้มีชีวิตเป็นอมตะตลอดกาล


พวกเธอทั้งหลายจึงเป็นได้แต่เพียง ‪#‎สภาวธรรม‬ ที่ต้องแสดงบทบาทละครชีวิตสร้างพลังงานสู่โลกจักรวาลไปพร้อม ๆ กัน ทุกรูปนามสมมุติเป็นครูเป็นบรมครูแก่กันและกันเท่านั้น เกื้อกูลส่งเสริมสงเคราะห์อนุเคราะห์ รัก ชัง สร้างและทำลายล้างกันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และความไม่เสมอกันทางด้านสติปัญญาวิชชาความรู้ความสามารถ แตกต่างกันด้วยหน้าที่ในโลกสมมุตินี้เพียงเท่านั้น เมื่อร่างกายสังขารวิญญาณฅนสัตว์แตกดับสลาย ล้วนกลับคืนสู่ บ้านเดิมจิตเดิม ว่างเปล่าทั้งสิ้น (เรียกเป็นภาษาสมมุติให้เข้าใจเท่านั้น) ส่วนพลังงานจิตวิญญาณที่จะต้องมาเกิด เพื่อมาทำหน้าที่สร้างพลังงานแล้วก็แก่เจ็บตาย ก็จะวนเวียนเป็นอนันตกาลอยู่เช่นนั้น


สรุปบทความนี้ก็คือ สรรพสิ่งเกิด ดับ ว่างเปล่า วนรอบของชีวิตผู้มาเกิดทำหน้าที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย สร้างพลังงานบวก ลบ วนเวียนไม่จบสิ้น ชีวิตใหม่ ๆ จะถูกบรรจุโปรแกรม (เรียกว่ากรรมก็ได้) โดยอาศัยข้อมูลบันทึกจากจิตวิญญาณประวัติศาสตรเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติสืบสานภาระหน้าที่ต่อไปชีวิตแล้วชีวิตเล่าวนเวียนสืบทอดเป็นอนันตกาลเช่นนั้น


ภาษาศาสนาคำว่า ‪#‎นิพพาน‬ จึงแปลว่าดับสนิท หรือแปลว่า ความว่างอย่างยิ่ง ก็ว่างจากอะไรเพราะชีวิตยังต้องดำเนินอยู่ ก็มนุษย์ผู้ใดถูกโปรแกรมหน้าที่ให้สอนเรื่องนิพพาน ให้สนใจเรื่องดับทุกข์ด้วยวิธีการนิพพาน ก็จะถูกบรรจุโปรแกรมขั้นตอนทางจิตวิญญาณ ให้มีรูปแบบต่างๆนานา ที่จะเข้าถึงสภาวะอารมณ์จิตวิญญาณให้เข้าสู่ ความรู้สึกดับ ว่าง นิพพาน ด้วยขั้นตอนทางจิตวิญญาณ 4 อย่างคือ ๑. สุกขวิปัสสโก ๒. เตวิชโช ๓.ฉฬภิญโญ ๔. ปฏิสัมภิทัปปัตโต เรียกสมมุติอริยมรรคอริยผล จบที่คำสมมุติสภาวะอารมณ์ใจ ดับ สูญ ว่างอย่างยิ่ง ระบบศาสนาเรียกว่า นิพพาน แต่ระบบจักรวาลเรียกว่า หน้าที่ใครหน้าที่มัน ตลอดชีวิตและสุดท้ายแห่งชีวิต เกิด ดับ ว่างเปล่าเสมอกันด้วยระบบจักรวาลทั้งหมดทั่วโลก จักรวาลสากล ก็นั่นแลฯ กับคำสมมุติผู้มีหน้าที่สร้างศาสนาหน้าที่สอนสั่งสภาวะว่า สมมุติ นิพพาน


ฉะนั้นคำว่า ‪#‎สวรรค์นิรันดร‬ หรือจิตเดิมจิตแท้ว่างอยู่แล้ว หรือนิพพาน แตกต่างกันหรือไม่ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในขณะที่ยังดำรงชีพชีวิตอยู่ จิตผู้มุ่งหวังสภาวะนิพพาน จึงมีโปรแกรมบรรจุให้ทำหน้าที่ ละนะ วางนะ ว่างนะ จากสิ่งยึดเกาะยึดเหนี่ยว ตัวกูของกูโดยสิ้นเชิง แต่ผู้ที่ดำรงชีพชีวิตแต่เข้าถึงซึ่งคำว่า สวรรค์นิรันดร อ้อมกอดของพระเจ้า กับจิตเดิมจิตแท้ว่างอยู่แล้วนั้น ต่างก็ดำรงสภาวอารมณ์จิตแตกต่างกันไปตามโปรแกรมกำหนดให้ใครมีอารมณ์ใจ คิด พูด ทำ แก่ เจ็บ ตาย สุข ทุกข์ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็แตกต่างกันไปเพียงแค่คำว่า หน้าที่เท่านั้นเอง


สุดท้ายแล้วทั้งหมด พลังงานจิตที่รูปร่างกายดับสลายหมดหน้าที่ทางจิตวิญญาณหยาบ ละเอียด ต่างก็คืนสู่สถานที่เดิมสถานที่ที่พลังงานจิตถูกสร้างขึ้นมานั่นก็คือ ความว่างเปล่า ในความเป็นจริงไม่มีพลังงานจิตของใคร ๆ เคยได้เห็น นอกจากสภาวะจำลองทางอารมณ์ความรู้สึกว่า ความว่างเปล่านั้นเป็นเช่นไร สวรรค์นิรันดรนั้นเป็นเช่นไร นิพพานนั้นเป็นเช่นไร เมื่อมนุษย์ถูกบรรจุโปรแกรมให้เข้าถึงการจำลองสภาวะอารมณ์ ความรู้สึก ฤทธิ์ อภิญญา มายาต่าง ๆ จึงนำมาพูดเป็นภาษาทางการศาสนา หลักสูตรการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามสมมุติหน้าที่สิ่งมีชีวิตในโลกก็คือ จิตจักรวาล , พลังงานจักรวาล , นิพพาน , สวรรค์นิรันดร , จิตเดิมจิตแท้ , อ้อมกอดพระเจ้า หรือคืนสู่ความเป็นอนุตรธรรมมารดา หรือพระบรมธรรมบิดา บรมธรรมมารดา ทั้งหมดนี้นั้น ต่างก็เรียกขานกันตามโปรแกรมจิตวิญญาณแห่งการทำหน้าที่หลากหลายสีสันของสิ่งมีชีวิตบนโลกจักรวาลนี้เท่านั้น ทั้งหมดที่ทำการคิด พูด ทำ หลากหลายมากมายตำราก็เพราะเพียงเพื่อ การสร้างพลังงานสู่โลกจักรวาล หรือเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า การแสดงธรรม ก็เท่านั้นเอง


เอวัง....จบบทความสำหรับวันนี้ ขอให้ลูก ๆ ผู้มีโปรแกรมจิตวิญญาณที่ถูกกำหนดมาให้เข้าใจตรงกันนี้และทั้งที่ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับก็ตาม ขออำนาจแห่งคุณความดีรัศมีกำลังฤทธิ์ สิทธิอำนาจ เฉียบขาดฉับพลันของพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกของพวกเธอ จงคุ้มครองรักษาส่งผลดลบันดาลให้เธอทั้งหลายจงปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย อำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิผลขึ้นแก่เธอทั้งหลายด้วยเทอญ

พิมพ์ตามกระแสสัญญาณแห่งนามพระบรมธรรมบิดา
22 มกราคม 2559
พิมพ์ผิด ตก เกิน หล่น ค่อยแก้ไขภายหน้า ผู้พิมพ์ขออภัยมา ณ ที่นี้

สุริยจันทร 



โพสต์ B04 ความหมายแห่งพระนาม ‪#‎พระบรมธรรมบิดา‬


‪#‎เฟซบุ๊กสัญญาณพระบรมธรรมบิดา‬ ภาคเปิดความรู้แจ้งโลกสากลจักรวาลแบบไม่มีหมกเม็ดในยุคเปิดโลกธาตุความจริง สู่จิตวิญญาณจักรกลมนุษย์ เฉพาะมนุษย์ที่มีโปรแกรมรันให้ยอมรับความรู้นี้ได้เท่านั้นจึงจะเชื่อว่า เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เหนือสัญญาณพระนามพระบรมธรรมบิดา ก็อาจจะมีสัญญาณสมมุติพระนามอื่น ๆ อีกมากมายผ่านมาสอนสั่ง จนถึงความรู้ไร้ขีดกำจัดก็เป็นไปได้ เพราะความรู้ไม่มีคำว่าสิ้นสุด เพราะฉะนั้นมนุษย์ก็แค่หุ่นยนต์ตัวหนึ่งเท่านั้น นอกเสียจากว่า มนุษย์จะสร้างคำจำกัดความให้สิ้นสุดความรู้แค่ภายในรูปกายสังขารของตนเองเท่านั้น สรุปความรู้และความอยากรู้ของจิตวิญญาณต่อสรรพสิ่งให้จบสิ้นแค่เพียงคำว่า สัตว์โลกเกิดเท่าไหร่ตายเท่านั้น เกิดแล้วก็แก่ เจ็บ ตาย สลายสิ้น ตายแล้วก็ไม่มีใครรับรู้ความเป็นจริง ๆ ว่า จิตตนนั้นอยู่ในสถานที่แห่งไหน มีสภาวะ สถานะแบบไหน เป็นอยู่อย่างไร ก็มิอาจจะรับรู้ได้จริง ๆ ในขณะนั้นจริง ๆ ความรู้ส่วนใหญ่จึงเป็นมายาบอกผ่านจิตมนุษย์ มนุษย์จะรับรู้เรื่องพระเจ้า ธรรม พระศาสดา ฤทธิ์ อภิญญาญาณ ชีวิตหลังความตายสารพัด อย่างนั้น อย่างนี้ หลากหลายนั้น ด้วยเหตุนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ จึงรับรู้ความรู้ทั้งปวงมาจากคำบอกเล่า จากมายาในจิตวิญญาณ ผ่านจากองค์เทพ ผ่านญาณฌานสมาบัติ นิมิต ตำรา คำสอนแห่งศาสดาแต่ละศาสนา ตามแต่พระศาสดาแต่ละพระนามจะถูกบรรจุโปรแกรมแจ้งโลกให้มีความรู้ ให้มีฤทธิ์ ให้แสดง ให้พูด ให้สอน ให้แนะนำบอกกล่าวสู่จิตมนุษย์รูปนามต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวอะไรได้บ้างในโลก นอกโลก ทั้งภาคทิพย์และภาคหยาบ ในกำมือ นอกกำมือ มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ได้รับฟังมาด้วยตนเอง หรือฟังตามคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา ก็ถูกกำหนดโปรแกรมให้คิด พูด ทำ ตามโปรแกรมนั่นเอง และมนุษย์จะแตกแยกแตกความสามัคคี เป็นก๊กเป็นเหล่าห้ำหั่นประหัตประหารทำร้ายทำลายล้างซึ่งกันและกัน ก็เพราะการติดดีติดเลวหรือแยกดีแยกเลวหรือไม่นั้น ก็เป็นไปตามเจตนาแห่งคำว่า ภาระหน้าที่ที่บรรจุเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปมาภายในจิตวิญญาณ เพื่อสร้างพลังงานบวกและลบสู่โลกจักรวาลก็เท่านั้นก็แค่นั้นเอง...


ความดีและความเลว พระเจ้าสร้างโปรแกรมนี้เพื่ออะไร ถ้าเป็นภาษาโปรแกรมพุทธศาสนาหรือ โปรแกรมมนุษย์ให้มีหน้าที่แสดงบทบาทเป็นพระโพธิสัตว์ก็คือ มารบ่อมี บารมีบ่อเกิด ถ้าโลกนี้มีแต่ความดีเพียงอย่างเดียวแล้ว มนุษย์จะรับรู้ว่ากำลังใจ (บารมี10) ยังบกพร่องอยู่หรือไม่ ส่วนความไม่ดีหรือความเลว หรือจะเรียกว่ามาร , ซาตาน นั้น เป็นตัวทดสอบตรวจวัดระดับกำลังใจของตนเองได้เป็นอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะผู้ที่มีโปรแกรมคิดว่า ตนเองเป็นพระโพธิสัตว์ ถ้าพระเจ้าไม่สร้างคนเลว อุปสรรค ปัญหา มาร ซาตาน มาทำการทดสอบกำลังใจ แล้วพระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะสร้างบารมีไปทำเกลืออะไรเล่า รวมความแล้วอุปสรรคปัญหาขวากหนามต่าง ๆ ก็คือ เครื่องมือวัดกำลังใจของมนุษย์ผู้มีหน้าที่ในแต่ละหน้าที่ที่แตกต่างกันในโลกจักรวาลนั่นเอง

มนุษย์รูปนามใดที่อ่านตรงนี้แล้วเข้าใจ อยากจะรับข้อมูลข่าวสารอัพเดทจิตวิญญาณในความรู้แจ้งยุคเปิดข้อมูลความเป็นจริงนี้ ติดตามได้ทางเฟซบุ๊กนี้เท่านั้น และเว็บไซต์ จิตอมตะดอทคอม


สัญญาณช่วงนี้มีนามว่า สุริยจันทร รับสัญญาณความรู้ผ่านจาก สัญญาณพระนามสมมุติเป็นพระบรมธรรมบิดา สัญญาณแห่งพระองค์แปลความหมายคือ พระบิดาผู้เป็นใหญ่สูงสุดกว่าพลังงานเหนือธรรมชาติทั้งปวง เป็นสัญญาณที่มีความรักในทุกสรรพสิ่งชีวิต ไม่เลือกรัก ไม่เลือกชัง ในดีและเลว เพราะสัญญาณพระองค์รู้ทุกสภาวะว่า มนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในโลกเพื่อทำหน้าที่เป็นคนดีเพราะอะไร ทำหน้าที่เป็นคนเลวเพราะอะไร มารคืออะไร ซาตานคืออะไร พระเจ้า พระผู้สร้างคือใคร พระโพธิสัตว์คือใคร พระศาสดา เทพ พรหม เทวดา คือใคร ทำอะไร เพื่ออะไร ฉะนั้นสัญญาณช่องนี้จึงมุ่งเน้นสร้างความรัก ความบริสุทธิ์แห่งทารกน้อยผู้ยังเยาว์วัยจิตใจ (จิตวิญญาณ) ใสบริสุทธิ์ไม่มีจิตเคลือบแคลงใคร ๆ ว่า พ่อ แม่ฉันพี่ ป้า น้า อา ใครจะดีหรือเลว ทารกน้อยจิตบริสุทธิ์ไร้เดียงสาย่อมไม่คิดแตกแยกระแวงระวังภัยจากใครฉันใด สัญญาณพระบรมธรรมบิดาย่อมมีจิตวิญญาณรักสรรพชีวิตดุจลูก ๆ เสมอกัน ดี เลว เสมอกันดั่งทารกน้อยฉันนั้น มุ่งเน้นให้ความรู้สร้างความสามัคคีปรองดอง สร้างความสุขสู่จิตวิญญาณภายในของแต่ละรูปนามในทุกเชื้อชาติ ศาสนา โลก จักรวาลเป็นหลัก และพูดความจริงไม่อิงอ้างตำรา หรือนิทานชาดก เพราะยุคนี้คือ ‪#‎ยุคเปิดโลก‬ ใครจะเชื่อก็ถูกกำหนดโปรแกรมเชื่อเอาไว้แล้ว ใครจะไม่เชื่อก็ถูกกำหนดโปรแกรมเอาไว้แล้ว ฉะนั้น สัญญาณช่องนี้ไม่มุ่งเน้นสอนสั่งใคร ๆ แต่มุ่งเน้นถ่ายทอดสัญญาณความรู้ตามสิ่งที่รับรู้มาจาก สัญญาณพระบรมธรรมบิดา โดย พงศ์พัฒน์ สุริยจันทร นามปากกาย่อว่า สุริยจันทร


ติดตามอ่านตอนต่อไป วันนี้เน็ตที่แม่ตาลน้อยอ่อนมาก จนแทบจะอัพโหลดอะไรไม่ไหว

คำเกิน ตกหล่น ประโยคไม่สมบูรณ์ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ จะตามแก้ในภายหน้านะจ๊ะ พี่น้องมิตรสหายทั้งหลาย


สุริยจันทร (อ่านว่า สุ-ริ-ยะ-จัน-ทะ-ระ)
23 มกราคม 2559 










Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery